ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
dot
bulletสาขาธนาคารต้นไม้
bulletเอกสาร/สื่อเผยแพร่
bulletคนอยู่ป่ายัง
bulletมูลนิธิธนาคารต้นไม้
bulletโครงการ


บทความตอนที่ ๒

 โครงการธนาคารต้นไม้ : แผนพัฒนาชาติ ฉบับอวตาร (ตอนที่ 2)

ทุบ และให้ทำ เพื่อ ???  

โดยพงศา  ชูแนม

 

                      จากการขับเคลื่อนธนาคารต้นไม้และการเข้าพบเห็นปัญหาด้วยสายตา บนความคิดคำนึงอย่างสามัญธรรมชาติปกติทำให้ผมเชื่อว่า ต้นไม้คือคำตอบเดียวของมนุษยชาติต่อจากนี้ไป และเป็นไม้เท้าวิเศษชี้เป็นชี้ตายในอนาคต จึงขอทำนายอนาคตประเทศไทยไว้โดยคำทำนายผมอยู่ในคู่มือธนาคารต้นไม้ และใน www.treebankthai.com

                      “จำหน้าผมไว้ให้ดีนะครับ ผมกล้าพูดว่าธนาคารต้นไม้เป็นทางออกทางเดียวของชนชาติเราขณะภาวะบีบคั้นเช่นนี้  ทุนนิยมกำลังโบยตีบีฑาเราด้วยอาวุธชนิดหนึ่งคือ เงิน เรามิอาจต่อสู้มันได้ด้วยอาวุธและภูมิปัญญาธรรมดาอีกต่อไป อาวุธชนิดที่เราต้องเข็นออกมาต่อสู้ คือ เงิน เช่นกัน แต่มิใช่เงินที่สร้างกระบวนการได้มาจากการค้าและกำไรอีกต่อไป เพราะเป็นเงินจากส่วนต่างของทุนที่เรียกว่ากำไร ทุกบาทของกำไรเกิดขึ้นบนความเจ็บช้ำ ปวดร้าวของผู้คนอ่อนแอเสมอ ผมจึงคิดการสร้างเงินไปสู้กับทุนนิยมที่เกิดจากต้นไม้ที่ประชาชนปลูกในแผ่นดินของตนเองในชนชาติเรา เราสามารถสร้างเม็ดเงินจากการตีค่าต้นไม้ให้เป็นเงิน ด้วยความเป็นธรรมต่อคน ต่อแผ่นดิน ต่อโลก และต่อมวลมนุษยชาติ จึงกล้ายืนยันว่า ธนาคารต้นไม้คือหนทางสว่างที่แท้จริง

                     หากไม่ใช่แนวทางของธนาคารต้นไม้ แล้วผมขอทำนายว่า ณ ตรงนี้ว่าภายในเวลาไม่นานจากนี้ สังคมไทยเราจะก้าวถึงสังคมทุน-ทาส เราจะมีคน 3 กลุ่มในประเทศ คือกลุ่มแรกเป็นนายทุน คนรวย มีบ้านหรูหราในเมือง และเป็นเจ้าของแผ่นดินในชนบททั้งหมด กลุ่มที่สองคือคนชนบทที่เคยเป็นเจ้าของไร่นา จะขายที่ดินทำกิน เพื่อไปเป็นทาสโรงงานอุตสาหกรรมและภาคบริการในเมือง กลุ่มที่สามคือแรงงานต่างด้าวราคาต่ำจะมาเป็นผู้ทำงานใช้แรงงานและอยู่อาศัยในที่ดินของนายทุนในชนบท หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นผมควรเสียใจ หรือสมน้ำหน้าชนชาติเราดี แต่ผมภาวนาอย่าให้เป็นเช่นนั้นเลย

                ธนาคารต้นไม้เปรียบเสมือนขบวนรถไฟ มีหัวรถจักร ตู้ ข้อต่อ และองคาพยพอื่นๆขยับเขยื้อนต่อกันเป็นขบวน จะตัดตอนใดตอนหนึ่งไปไม่ได้ เพราะเป็นเงื่อนไขของการสร้างความสมบูรณ์ชัดเจน และแก้ปัญหาเป็นองค์รวม  ธรรมนูญหลักของธนาคารต้นไม้  ยึดหลักของความเป็นธรรม คือต้องไม่ฉ้อ ไม่โกง หรือเอาเปรียบผู้อื่น และไม่ยอมให้ผู้อื่นฉ้อโกงหรือเอาเปรียบ หมายถึงหลักเกณฑ์ทั้งหลาย ของธนาคารต้นไม้ ที่มีอยู่แล้ว หากฝืนต่อธรรมนูญหลักก็ต้อง แก้ให้มาสู่ความเป็นธรรม กฎเกณฑ์อันใด ยังไม่มีก็จะถูกสร้างขึ้นมาให้เกิดความเป็นธรรม ตามธรรมนูญหลักของธนาคารต้นไม้

 

 

 

แนวคิดธนาคารต้นไม้

1) ธนาคารต้นไม้  มีแนวคิดที่จะให้ภาคประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกรปลูกต้นไม้เศรษฐกิจ ในที่ดินทำกินของตนเองแล้วสร้างมูลค่าต้นไม้  เป็นทรัพย์สิน เป็นเงิน เพื่อใช้ทรัพย์สินดังกล่าว ไปเป็นทุน หรือค้ำประกันหนี้สิน หรือชำระหนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) หรือธนาคารอื่นๆ หรือสถาบันการเงินของรัฐ  ตลอดจนการใช้ มูลค่าไม้เป็นหลักทรัพย์  หรือ หลักประกันต่าง ๆ  ที่จะต้องทำระหว่างรัฐกับประชาชน

2)   ธนาคารต้นไม้   มีแนวคิดให้ชุมชนปลูกต้นไม้ในที่ดินส่วนรวม  เพื่อสร้างมูลค่าเป็นทรัพย์สิน ของชุมชนส่วนรวม

3)   ธนาคารต้นไม้  มีแนวคิดจะเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แผ่นดิน   และมุ่งแก้ปัญหาโลกร้อน ด้วยแนวคิด     สร้างโลก 5 ใบ บนโลกใบเดียว  กล่าวคือสร้างสีเขียวเพิ่มพูนบนโลกหลายระดับกว่าปกติ  5 เท่า

4)   ธนาคารต้นไม้  มีแนวคิดให้เกษตรกรรักแผ่นดินทำกิน และสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ที่ดิน  ตลอดจนป้องกันการซื้อขายที่ดิน

5)    ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดในการรับรองสิทธิต้นไม้ที่ปลูกและรับรองสิทธิในที่ดินที่ประชาชนได้ปลูกต้นไม้ สิทธิในที่ดินคือ สิทธิทำกินในที่ดินดังกล่าวหมายถึง สิทธิทำกินตามที่กฎหมายกำหนดให้ แต่ที่ดินยังเป็นของรัฐ และเป็นเสมือนที่ดินของชุมชน และสังคมโดยรวม

6)    ธนาคารต้นไม้  มีแนวคิดการสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ สร้างเครือข่าย กลุ่มคนที่ปลูกต้นไม้

7)   ธนาคารต้นไม้  มีแนวคิดในการสร้างความพอเพียง  มั่งคั่ง  ยั่งยืนให้กับมนุษย์และสิ่งแวดล้อม

8)   ธนาคารต้นไม้ มีแนวคิดการดำรงวิถีการเกษตรที่มุ่งเอาภูมิปัญญาชาติพันธุ์ไทยทำการเกษตร ให้เกิดความหลากหลายในพื้นที่ และสร้างสมดุลแก่ระบบนิเวศน์ ตามแนวทางป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง

หลักการ 5 ข้อของธนาคารต้นไม้

หลักการที่ 1   ต้นไม้ที่ประชาชนปลูก  ณ  ที่ใด  ประชาชนมีสิทธิในการเป็นเจ้าของ หลักการนี้หมายถึง การให้ค่าแก่สิทธิชุมชน สิทธิประชาชน ให้เกิดการรู้สึกเป็นเจ้าของ  เพราะปัญหาที่ผ่านมาเสมือนว่าประชาชนไม่ได้เป็นเจ้าของ จึงไม่เห็นคุณค่าความหมายของต้นไม้

หลักการที่  2   ต้นไม้ที่ประชาชนปลูก  ณ  ที่ใด  ประชาชนย่อมมีสิทธิดูแลรักษา  คิดมูลค่าและการตัดเพื่อเป็นสินค้า  หมายถึงการให้สิทธิในการดูแล จัดการ และสิทธิในการจัดการ เพื่อการค้าขาย เป็นสินทรัพย์เลี้ยงชีพได้ เหมือนพืชเกษตรอื่น

หลักการที่  3   ผืนแผ่นดินที่ประชาชนปลูกต้นไม้ ประชาชนย่อมได้รับการรับรองสิทธิทั้งต้นไม้และที่ดินให้เป็นของประชาชน หมายถึง ทั้งต้นไม้ที่ประชาชนปลูก และผืนแผ่นดินที่ประชาชนปลูก พึงจะต้องได้รับรองสิทธิขั้นพื้นฐาน ให้ประชาชนรู้ซึ้งถึงความเป็นเจ้าของตามสมควร อีกนัยหนึ่ง คือ สิทธิของคนในการถือครองต้องมาจากต้นไม้ ที่ก่อกำเนิดขึ้นในแผ่นดินนั้นด้วย สิทธิในที่ดินคือ สิทธิทำกินในที่ดินดังกล่าวหมายถึง สิทธิทำกินตามที่กฎหมายกำหนดให้ แต่ที่ดินยังเป็นของรัฐ และเป็นเสมือนที่ดินของชุมชน และสังคมโดยรวม

หลักการที่  4   ต้นไม้ที่ประชาชนปลูก  ย่อมเป็นทรัพย์ของประชาชนและต้นไม้ทุกต้นย่อมมีมูลค่า  หมายถึงการรับรองคุณค่า มูลค่า แก่ต้นไม้ของประชาชนและให้ค่านั้นตกเป็นทรัพย์ของประชาชนสู่การตกทอดเป็นไม้มรดกเช่นทรัพย์อื่น

หลักการที่  5   ต้นไม้ทุกต้นที่ประชาชนปลูกย่อมสร้างสีเขียวให้แผ่นดิน   และความสมดุลให้กับ  ระบบนิเวศ  ตลอดจนแก้ปัญหาโลกร้อนได้โดยดุษฎี

 

วัตถุประสงค์ 9 ข้อ

1)      เพื่อให้ประชาชนทุกคนทั้งที่เป็นหนี้และไม่เป็นหนี้ สามารถปลูกต้นไม้แล้วได้ประโยชน์จากรัฐ เหมือนกัน

2)      สร้างรูปแบบผสมผสานกระบวนการส่งเสริมตามพฤติกรรมสังคมไทยที่ยอมรับผู้นำ ผู้มีอำนาจผู้มีความมั่งคั่ง ผู้มีความดีงาม โดยให้กลุ่มคนเหล่านี้ที่ไม่ได้เป็นหนี้ เป็นผู้นำในการปลูกต้นไม้

3)      เพื่อประเมินค่าต้นไม้เป็นทรัพย์ขณะมีชีวิต  ซึ่งเป็นการสร้างค่าให้แก่ต้นไม้ตั้งแต่เริ่ม ปลูกและฝากไว้ในบัญชีธนาคารเป็นตัวเลขของมูลค่าต้นไม้โดย ช่วงเริ่มต้นให้คิดตามราคาทุนที่รัฐลงทุนและเป็นต้นทุนการเติบโต  จากนั้นให้ประเมินตามมูลค่า ราคาจริง โดยมีเงื่อนไขต้องรวมกลุ่มเป็นองค์กรธนาคารต้นไม้ระดับต่างๆ

4)      ประชาชนปลูกต้นไม้เพื่อความมั่นคงของตน เพื่อตกทอดเป็นมรดก และเพื่อเป็นการสร้างกุศลต่อมนุษยชาติ

5)      ให้องค์กรและหน่วยงานต่างๆ ได้ใช้ที่ดินว่างเปล่าสร้างมูลค่าให้แก่ตัวเองด้วยต้นไม้

6)      ใช้ต้นไม้เป็นเครื่องมือในการสร้างระบบนิเวศที่สมดุลในพื้นที่เล็กๆ ของเกษตรกรเพื่อเชื่อมต่อพื้นที่ ที่สมดุลในระบบนิเวศจากป่าผืนใหญ่ด้วยความเชื่อว่าระบบนิเวศ ณ จุดหนึ่งจะส่งผลต่อพื้นที่นั้น

7)      เพิ่มพื้นที่ป่าและการสร้างความมั่นคงในแผ่นดิน โดยใช้เงื่อนไขในการรับรอง ต้นไม้และแผ่นดินที่ประชาชนปลูกต้นไม้ให้เป็นของประชาชน

8)      เปลี่ยนฐานการออมเงินสู่ภาคชนบท โดยใช้ต้นไม้เป็นเงินออมซึ่งเป็นความถนัด   และเป็นจุดแข็งของคนชนบท ที่เพาะปลูกเก่ง มีที่ดินทำกินเป็นของตนเอและธรรมชาติเอื้ออำนวย

9)      ปิดจุดอ่อนในการปลูกต้นไม้ของประเทศ เนื่องจากรัฐบาลไทยและคนไทยไม่มีแรงจูงใจในการปลูกต้นไม้ และคนไทยไม่รู้สึกถึงการเป็นเจ้าของต้นไม้เพราะเกิดความคิด ความเชื่อว่าเป็นของราชการ แนวทางธนาคารต้นไม้จึงสร้างการตีค่าต้นไม้ให้เป็นเงินเป็นแรงจูงใจให้  ประชาชนปลูกต้นไม้ และปลูกในแผ่นดินของตนเองจะทำให้เกิดความรู้สึกถึงการเป็นเจ้าของ

 

เป้าหมาย 4 ประการของธนาคารต้นไม้

ก. เป้าหมายทางด้านเศรษฐกิจ

1)   การแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชน กล่าวคือต้นไม้ของประชาชนได้รับการประเมินค่าเป็นทรัพย์สิน นำไปค้ำประกันหนี้ หรือชำระหนี้ และธนาคารต้น เสนอให้รัฐจ่ายค่าตอบแทน อัตราร้อยละ 5  ของมูลค่าต้นไม้ ที่ยืนต้นมีชีวิต

2)   สร้างรูปธรรมพึ่งตนเองตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง  กล่าวคือ ธนาคารต้นไม้ทำการส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในภาคครัวเรือนในที่ดินทำกินของตนเองให้เกิดการผสมผสานระหว่างพืชอาหาร พลังงาน และพืชที่เป็นต้นไม้เศรษฐกิจ เป็นไปตามพระราชดำริป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง

3)   สร้างการออมทรัพย์ที่เกิดจากการประเมินค่าต้นไม้ให้เป็นทรัพย์ ธนาคารต้นไม้ เสนอให้รัฐจ่ายค่าตอบแทนเป็นดอกเบี้ย อัตราร้อยละ 5 ของมูลค่าต้นไม้  โดยใช้บัญชีธนาคารต้นไม้ ซึ่งโดยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นและออมได้  มาจากการเพิ่มมูลค่าของต้นไม้ที่เจริญเติบโต

4)   วางรากฐานเศรษฐกิจการพึ่งตนเอง ในระยะยาว กล่าวคือต้นไม้จะเติบโตขึ้น เพิ่มมูลค่าขึ้น และเป็นทรัพย์สินในระยะยาวอย่างต่อเนื่อง

 

ข.เป้าหมายทางสังคม

1)   รักษาสภาพชุมชนท้องถิ่นให้เข้มแข็ง โดยการใช้ต้นไม้เป็นเครื่องมือในการปรับเปลี่ยนนโยบายรัฐ ให้สามารถใช้ต้นไม้ เป็นทรัพย์ สู่การป้องกันการซื้อขายที่ดิน จนทำให้ประชาชนสามารถรักษาที่ดินทำกินไว้ได้ เมื่อชุมชนรักษาที่ดิน ทำกินไว้ได้ ก็จะไม่ต้องเคลื่อนย้าย หรือเปลี่ยนฐานอาชีพ สามารถดำรงอยู่กับสังคมชนบทได้ด้วยความเข้มแข็ง

2)   แก้ปัญหาการว่างงานกล่าวคือ ธนาคารต้นไม้สามารถสร้างงานให้เพิ่มขึ้นในชุมชนท้องถิ่นจากการจัดการขั้นตอน  ต่าง ๆ ของธนาคารต้นไม้

3)    ผูกโครงสร้างสังคมคนในลุ่มน้ำให้สัมพันธ์กันเป็นเครือข่ายสมาชิกธนาคารต้นไม้

4)    ธำรงวิถีชีวิตที่มีการพึ่งพิงธรรมชาติ

ค.   เป้าหมายด้านการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

1)   พัฒนาพื้นฐานของการเกษตรโดยการสร้าง ฐานทรัพยากรป่าไม้บนที่ดินทำกินของเกษตรกร อันจะส่งผลให้เกิดความหลากหลายทางชีวภาพบนที่ดินทำกินและการฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศน์ในชุมชนท้องถิ่นให้กลับคืนสู่สภาพที่ใกล้เคียงธรรมชาติ

2)   เพิ่มปริมาณต้นไม้ เพิ่มพื้นที่ป่าไม้ของชาติ อันเป็นฐานทรัพยากรสำคัญของการพัฒนาที่สอดคล้องกับศักยภาพของชาติในระยะยาว สร้างพื้นที่ป่าลักษณะเส้นทางเชื่อมหย่อมป่าการกระจายไปทั่วทั้งประเทศไทย

3)   ลดปัญหาภาวะในโลกร้อน ภัยแล้ง และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอื่น ๆ

4)    ฟื้นฟูพื้นที่เกษตรเคมีเชิงเดี่ยวให้เกิดการผสมผสานหลากหลาย

5)    การยกระดับน้ำใต้ดินด้วยพื้นที่เกษตรที่มีสภาพใกล้เคียงกับป่า

ง. เป้าหมายทางการเมือง

เป้าหมายทางการเมือง  หมายถึงเป้าหมายธนาคารต้นไม้มีเป้าหมายผลักดันให้เกิดผลทางการเมืองการปกครอง เช่น  การเสนอรัฐบาล นักการเมือง พรรคการเมือง การเสนอร่าง พ.ร.บ. ธนาคารต้นไม้ เป็น พ.ร.บ. ว่าด้วยสิทธิชุมชนเพื่อเป็นนโยบายของรัฐต่อไป




บทความ

บทความตอนที่ ๑
บทความตอนที่ ๓
บทความตอนที่ ๔
ปรับโครงสร้างหนี้ 80,000 ราย ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เกมส์การเงินที่กำหนดให้เกษตรกรเป็นผู้แพ้: กรณีเปรียบเทียบบ่อนชนวัว
ตอน ที่ ๑การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่นำเสนอนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหาโลกร้อนแม้แต่พรรคเดียว (ย่อ)
ตอน ที่ ๑การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่นำเสนอนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหาโลกร้อนแม้แต่พรรคเดียว (เต็ม)
ตอน ที่ ๒สร้างจุดหักเหยอกย้อนทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ทุนนิยม
ทฤษฎีของธนาคารต้นไม้
แนวทางการบูรณาการธนาคารต้นไม้ กับโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต สถาบันการเรียนรู้เพื่อประชาชน
ทำความจริงแท้บนผืนแผ่นดินมาเป็นความจริงเทียมบนแผ่นกระดาษ
การประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระดับชุมชน
ประชาชนเสียหาย และไม่ได้อะไร แต่ไม่มีใครผิด!!
รูปแบบการปลูกต้นไม้ ปลูกป่า ป้องกันภัยพิบัติ ในบริบทของสังคมไทย ณ ช่วงเวลาศตวรรษที่ 26
ร่าง พรบ ธตม
ประเด็นปัญหาเปรียบเทียบ
โครงการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
ขอเสนอแผนปฏิบัติสู่แผนปรองดองแห่งชาติ