ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
dot
bulletสาขาธนาคารต้นไม้
bulletเอกสาร/สื่อเผยแพร่
bulletคนอยู่ป่ายัง
bulletมูลนิธิธนาคารต้นไม้
bulletโครงการ


บทความตอนที่ ๔

 โครงการธนาคารต้นไม้แผนพัฒนาชาติ ฉบับอวตาร (ตอนที่ ๔)

การขับเคลื่อนสู่แผนปฏิบัติการธนาคารต้นไม้และโครงการนำร่องปฏิบัติการธนาคารต้นไม้จำนวน  ๙๘๔สาขา

                                   โดย พงศา  ชูแนม*

หากลองลำดับภาพการก้าวเดินและขับเคลื่อนธนาคารต้นไม้ตั้งแต่ต้น ภาพและจังหวะก้าวที่ปรากฏให้เห็นคือ

ช่วงเกิดผลึกแนวคิด พ.ศ.๒๕๔๗ มีการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ของรัฐบาล รับผิดชอบการขับเคลื่อนโดยสภาผู้นำชุมชนแห่งชาติ; พ.ศ.๒๕๔๘ กำเนิดคำธนาคารต้นไม้ด้วยวิธีคิดการสร้างทรัพย์จากมูลล่าต้นไม้ขณะที่ยังมีชีวิต โดยพงศา ชูแนมด้วยวาทกรรมต้นไม้ควรมีมูลค่าขณะที่มีชีวิต

ช่วงก่อตั้ง พ.ศ.๒๕๔๙ แกนนำหลักคือเครือข่ายประชาชนในลุ่มน้ำหลังสวน หลังจากการจัดเวทีปลูกต้นไม้ในใจคนตามโครงการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ ซึ่งจินดา บุญจันทร์หนึ่งใน ๕๐ คนของสมาชิกสภาผู้นำชุมชนแห่งชาตินำโครงการมาผสานความร่วมมือกับไสว แสงสว่าง พงศา ชูแนม และทีมงานเครือข่ายภาคประชาชนในลุ่มน้ำหลังสวน และลุ่มน้ำอื่นๆของจังหวัดชุมพร เช่น หมิ่น แซ่หลี, แสงนภา สุทธิภาค, เกียรติศักดิ์ ลีสง่า, ลุงนิล(สมบูรณ์          ศรีสุบัติ) จินตนา ไพบูลย์, ชัยรัตน์ แว่นแก้ว, สุรัตน์ ไชยวัฒน์, วันลี ชื่นเกาะสมุย, พิทักษ์ ธเนศถาวรกุล, นิจ ศรีธรรมราช(โกไข่)  ฯลฯ ช่วงนี้ได้พลิกเปลี่ยนโครงการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ มาเป็นธนาคารต้นไม้ กับสโลแกน พอพียง มั่งคั่ง ยั่งยืน จากการประชุมครั้งสำคัญที่เกาะพิทักษ์ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้ทำการจัดองค์กร มีจินดา บุญจันทร์ เป็นประธาน ไสว แสงสว่างเป็นผู้จัดการใหญ่ และพงศา ชูแนม รองผู้จัดการใหญ่ และแกนนำทั้งหมดเป็นคณะกรรมการ ในระยะนี้ได้ขับเคลื่อนโครงการเปิดเวทีปลูกต้นไม้ในใจคน ตั้งธนาคารต้นไม้ในจังหวัดชุมพรและใกล้เคียงเพื่อเป็นฐานตั้งต้นการปลูกต้นไม้บนแผ่นดินโดยประชาชน เพื่อสร้างตัวอย่างความจริงที่ปรากฏในแผ่นดิน

ช่วงขยายผล และผลักดันสู่นโยบายรัฐ พ.ศ. ๒๕๕๐-๒๕๕๒ จากการได้ตั้งต้น ด้วยผลึกความคิดที่คมชัดและแตกต่างอย่างเฉียบคม ธนาคารต้นไม้จึงขยายผลไปสู่การปฏิบัติบนผืนแผ่นดินของประชาชนในจังหวัดชุมพร ทั้งขยายไปในจังหวัดใกล้เคียงได้แก่ สุราษฏร์ธานี ระนอง ประจวบฯ ได้ผนึกกำลังร่วมผลักดันสู่นโยบายรัฐโดยการร่วมกับโครงการปลูกต้นไม้ใช้หนี้ เสนอให้นายกรัฐมนตรี(พล.อ.สุรยุทธ์ จุลลานนท์) ประกาศเป็นวาระแห่งชาติเมื่อ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๐ และรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศใช้ธนาคารต้นไม้เป็นนโยบายเมื่อ ๒๕ มีนาคม๒๕๕๒ รวมถึงสำนักนายกรัฐมนตรีตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนโครงการธนาคารต้นไม้  ผลการประชุมของคณะอนุกรรมการ เห็นชอบแนวทางโครงการธนาคารต้นไม้จนเกิดแผนปฏิบัติการธนาคารต้นไม้ ฉบับภาคประชาชนได้ขับเคลื่อนโดยการเดินทางจัดเวทีปลูกต้นไม้ในใจคนทั่วประเทศเพิ่มขยับกว่า ๑,๕๐๐ สาขา

นายพงศา ชูแนม หัวหน้าหน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ, รองผู้จัดการใหญ่ธนาคารต้นไม้

 บุคคลดีเด่นด้านการอนุรักษ์ รางวัลลูกโลกสีเขียว 2542

 

 

                     ช่วงการแตกแขนง หักเหแนวคิด พ.ศ.๒๕๕๓ จากการจัดทำแผนปฏิบัติการธนาคารต้นไม้ตั้งแต่ ๒๕๕๒ เพื่อเสนอถึงคณะรัฐมนตรี มกราคม ๒๕๕๓ แต่ถูกตัดตอน และฉกฉวยหนทางไปหาประโยชน์สู่องค์กร ช่วงนี้ ธกส.ในฐานะประธานคณะกรรมการอนุกรรมการ พยายามจะเปลี่ยนแปลงแนวทางไปตามโครงการปลูกต้นไม้เป็นทุนในระยะยาว ตีค่าต้นไม้เป็นทุนเพิ่มวงเงินกู้กับประชาชนจากมูลค่าต้นไม้ที่ประเมินล่วงหน้า ซึ่งขัดกับหลักการเดิม จึงเกิดการแตกหักทางความคิด โดยธนาคารต้นไม้ยังคงรักษาหลักการเดิมเป็นธนาคารต้นไม้ ภาคประชาชน แต่แกนนำโดยเฉพาะไสว แสงสว่างได้เดินในแนวทาง ธกส. เกิดการยกเลิกคณะกรรมการธนาคารต้นไม้ชุดเดิมเป็นชุดใหม่ เมื่อ ๑๗ มีนาคม ๒๕๕๓โดยมติของสมาชิกและแกนนำทั่วประเทศ

 ช่วงเสนอแผนปฏิบัติการธนาคารต้นไม้ ๒๕๕๓ การขัดเกลาและการยึดมั่นในแนวทางที่มุ่งประโยชน์ประชาชนเป็นหลัก ตามหลักการเจตนารมณ์ที่รับมาจากประชาชนและประกาศต่อประชาชนตลอดมา มีความเด่นชัด  สามารถขจัดแขนงการโน้มนำ เพื่อสู่ประโยชน์แอบแฝง เสร็จสิ้นแล้ว  เกิดคณะกรรมการธนาคารต้นไม้ระดับชาติ ๒ ชุด ได้แก่  ก. คณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้ระดับชาติ  ข. คณะกรรมการขับเคลื่อนธนาคารต้นไม้ระดับชาติ คณะกรรมการจึงได้เสนอแผนปฏิบัติการธนาคารต้นไม้พ.ศ. ๒๕๕๓ สู่นายกรัฐมนตรีผ่านไปทางคุณหญิงสุพัตรา มาศดิษถ์, รองนายกรัฐมนตรีสุเทพ เทือกสุบรรณ, และส.ส.พรรคประชาธิปัตย์อีกหลายคน แต่ไม่ประสบความสำเร็จเพราะรัฐบาลพยายามบ่ายเบี่ยงหลายครั้ง และยกโยนแผนปฏิบัติการไปให้ ธกส. เป็นเจ้าภาพอยู่ร่ำไป ธนาคารต้นไม้จึงหมดความหวังกับรัฐบาลชุดนี้อย่างสิ้นเชิง

ช่วงนี้มีการขยายผลธนาคารต้นไม้สาขาไปแทบทุกจังหวัดมีความคึกคักและเต็มไปด้วยพลัง แต่การเสนอสู่รัฐบาล เหมือนโยนไข่ใส่กองฟาง ไม่ขัดแย้งแต่ไม่ตอบสนองนโยบาย  จึงเกิดการร้องเรียนต่อองค์กรต่างๆ และสาธารณะ เช่น ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมาธิการวุฒิสภา คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ฯลฯ จนได้ข้อสรุปใหม่ให้ย่อยแผนปฏิบัติการธนาคารต้นไม้เป็น ๓ ขนาด และให้เสนอเป็นรูปแบบแผนการนำร่องจำนวนหนึ่ง จึงได้เสนอแผนปฏิบัติการธนาคารต้นไม้ขนาดใหญ่ กลาง เล็ก และฉบับนำร่อง ๙๘๔ สาขา ซึ่งในแผนปฏิบัติการขนาดต่างๆ ได้เสนอให้เห็นถึงเป้าหมายอันสำคัญที่จะได้ต้นไม้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ไปแก้ปัญหาวิกฤติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ โดยในแผนสามารถเทียบเคียงเป้าหมายผลผลิตทางสังคม, สิ่งแวดล้อม, มูลค่าทางเศรษฐกิจ กับงบประมาณค่าใช้จ่าย ดังนี้


ตารางเปรียบเทียบแผนปฏิบัติการโครงการธนาคารต้นไม้ ขนาดต่างๆ และโครงการนำร่อง 984 สาขา

กิจกรรม

หน่วยนับ

ขนาดใหญ่

ขนาดกลาง

ขนาดเล็ก

โครงการนำร่อง ฯ

1. จำนวนธนาคารต้นไม้สาขา

สาขา

25,000

12,500

6,250

984

2.   ครัวเรือนที่ร่วมโครงการ(สมาชิก)

ล้านครัวเรือน

2.5

1.25

0.625

*49,200

3. ระยะเวลาการดำเนินโครงการ

(จากเริ่มต้นจนสิ้นสุดโครงการ 10 ปี)

ปี

14

14

14

1

4. จำนวนต้นไม้ที่เกิดขึ้น และจัดทำบัญชี

ล้านต้น

1,750

875

437.5

9.84

5. ขนาดพื้นที่ปลูกป่า พื้นที่ทำกินของประชาชนทำการปลูกต้นไม้เป็นป่า 3 อย่าง ประโยชน์  4 อย่าง

ล้านไร่  

43.75

21.88

10.94

0.246

6. คิดเป็นร้อยละของพื้นที่ในประเทศ

ร้อยละ

13.6

6.8

3.4

0.76

7.   มูลค่าต้นไม้

ล้านบาท

1,910,000

955,000

477,500

0.00246

8.   การดำเนินการต่อปี

สาขา

5,000

2,500 

1,250 

984

9.            ค่าใช้จ่ายตลอดโครงการ

ล้านบาท

526,023.60

263,011.80

131,505.90

150.568

§งบดำเนินการธนาคารต้นไม้สาขา

ล้านบาท

14,750.00

7,375.00

3,687.50

24.600

§งบบริหาร

ล้านบาท

1,648.60

824.30

412.15

2.968

§งบค่าตอบแทน 5%ให้สมาชิก

ล้านบาท

509,625.00

254,812.50

127,406.25

123.000

§ค่าใช้จ่ายต่อต้น

บาท

300.58

300.58

300.58

15.300

§ค่าใช้จ่ายต่อไร่

บาท

12,023.40

12,023.40

12,023.40

612.060

10.      หน่วยงานรับผิดชอบ 

 

องค์การมหาชน

องค์การมหาชน

องค์การมหาชน

ธนาคารต้นไม้ และเอกชน/ ราชการ

11.    เป้าหมายเพิ่มพื้นที่ป่าในประเทศ

ครบ 40 %

ปี

14

28 

56 

177

หมายเหตุ: *หน่วยครัวเรือน

 

สรุปง่ายๆคือการนำพาประเทศไปสู่เป้าหมายมีผืนป่าครบ ๔๐%ตามนโยบายของป่าไม้แห่งชาติได้ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วด้วยพลังของภาคประชาชน หากรัฐเห็นคุณค่าการใช้ต้นไม้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ในการแก้ปัญหาสังคม สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจ ซึ่งคุ้มค่า คุ้มทุน แต่โครงการนี้อาจจะมีข้อผิดพลาดที่ไม่ได้ออกแบบให้มีการคดโกงทุจริตได้จึงไม่เป็นทีสะดุดใจของผู้ปกครองประเทศตามระบบการเมือง ผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มของนักเลือกตั้งปัจจุบัน

ธนาคารต้นไม้ได้รับข้อเสนอจากแกนนำและผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคนให้เอกชนช่วยขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมชัดเจนเบื้องต้นก่อน แล้ววันหนึ่งรัฐบาลจะตาสว่าง หรือถูกบีบให้ดำเนินการด้วยกระบวนการของมันเอง

จึงใช้โอกาสปี ๒๕๕๔ เป็นปีที่รัชกาลที่๙ มีพระชนมายุครบ ๘๔พรรษาด้วยตัวเลข ๙--๘๔ ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้เมื่อ ๒๐-๒๑ธันวาคม ๒๕๕๓ จึงเสนอและอนุมัติโครงการนำร่องปฏิบัติการธนาคารต้นไม้ 984 สาขา เฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุ 84 พรรษา

โดยการคัดเลือกธนาคารต้นไม้ที่มีความพร้อมและจริงจังจำนวน ๙๘๔สาขาจากทุกจังหวัดที่มีธนาคารต้นไม้สาขา ทำการตรวจนับประเมินมูลค่าต้นไม้ และนำร่องตามแผนปฏิบัติการโดยให้รัฐวิสาหกิจ  เอกชน และผู้สนใจ ทำการสนับสนุนค่าตอบแทน ค่าใช้จ่ายในโครงการ เพื่อให้เห็นรูปธรรมว่าได้เคี่ยวจนแน่นข้างในแล้ว มีความจริงปรากฏในแผ่นดินแล้ว โดยในโครงการนี้ดำเนินการเฉพาะกิจ พ.ศ. ๒๕๕๔ให้เอกชนสนับสนุนธนาคารต้นไม้โดยช่วยเหลือค่าตอบแทนร้อยละ ๕ของมูลค่าไม้ แก่สมาชิกจำนวน ๙๘๔ สาขาเฉพาะต้นไม้ที่มีอายุ ๑-๕ ปี (เกิน ๕ปีให้คิดมูลค่าแค่ ๕ ปี)ซึ่งรายละเอียดปรากฏอยู่ใน WWW.Treebankthai.com

วัตถุประสงค์

1.    ร่วมเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุ 84 พรรษาด้วยการส่งเสริมการปลูกต้นไม้ตามแนวทางธนาคารต้นไม้

2.    ทดลองนำร่องแผนปฏิบัติการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการธนาคารต้นไม้ เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ, สังคม, สิ่งแวดล้อม และการเมือง โดยใช้ต้นไม้เป็นเครื่องมือ

3.    ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการธนาคารต้นไม้ในส่วนการประเมินมูลค่าต้นไม้ และให้ค่าตอบแทน 5%ของมูลค่าไม้ แก่สมาชิกธนาคารต้นไม้จำนวน 984 สาขา

4.    สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในภาครัฐ เอกชน ประชาชนให้เกิดการดูแล แบ่งปัน เกื้อกูลตอบแทนสังคมในการเมือง สังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม อย่างเป็นธรรมโดยใช้ต้นไม้เป็นเครื่องมือ

เป้าหมาย

1.    ธนาคารต้นไม้สาขาที่มีความพร้อม จำนวน 984 สาขา กระจายไปทั้ง 4 ภาค ของประเทศ

2.    ในแต่ละจังหวัดให้จำนวนยอดสมาชิกที่พร้อมดำเนินการของแต่ละสาขาโดยเฉลี่ย 50 รายๆละ 200 ต้น รวม 10,000 ต้น/สาขา ทั้งโครงการ 9,840,000 ต้น สำหรับต้นไม้ที่อายุ 1-5 ปี (เฉลี่ย 2.5 ปี) ที่จะได้รับค่าตอบแทน 5%ของมูลค่าไม้

3.    กลุ่มผู้สนับสนุนอาจเป็นองค์กรหลากหลาย ซึ่งสามารถสนับสนุนเป็นรายสาขา หรือหลายสาขาก็ได้ ประกอบด้วย รัฐ; องค์กรท้องถิ่น; กองทุนต่างๆ รัฐวิสาหกิจ, บริษัทเอกชน/เอกชน, องค์กรการกุศล, องค์กรต่างๆ

4.    ดำเนินการในปี 2554 เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จเนื่องในวโรกาสพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุ 84 พรรษา

5.    เป้าหมายปริมาณสมาชิกธนาคารต้นไม้ที่ได้รับการสนับสนุน ให้ค่าตอบแทน 984 สาขาๆละ 50 ราย รวม  49,200  ราย

6.    เป้าหมายกิจกรรม  ตรวจนับ, ประเมินมูลค่าจัดทำทะเบียน, ติดหมายเลขประจำต้นไม้, จัดทำฐานข้อมูล 984 สาขา

เงื่อนไข

1.      โครงการนี้จะเลือกดำเนินการเฉพาะธนาคารต้นไม้สาขาที่มีความพร้อมและผ่านการคัดเลือกของคณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้ระดับชาติโดยต้องตั้งธนาคารต้นไม้ ก่อนวันที่ 31 สิงหาคม 2554

2.      ให้ค่าตอบแทนอัตราร้อยละ ๕ ของมูลค่าไม้ที่ประเมิน โดยการจ่ายเฉพาะต้นไม้ที่มีอายุ 1-5 ปี(ที่เกิน 5 ปีให้คิดมูลค่าเพียง 5 ปี หรือแล้วแต่ความประสงค์ของผู้สนับสนุนแต่ละสาขา แต่การนับและประเมินต้องดำเนินการทั้งหมดเพื่อจะได้ข้อมูลที่เป็นจริงโดยภาพรวม อาจจะต้องรับเงื่อนไขพิเศษของผู้ให้การสนับสนุน เช่น เสนอให้ปลูกพืชสมุนไพรร่วม, การจัดการด้วยเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น แต่ทั้งนี้ต้องอยู่บนหลักการสำคัญของธนาคารต้นไม้

3.      ต้องมีการตรวจนับประเมิน การตรวจสอบจัดทำทะเบียน และบัญชี ตามขั้นตอนที่ธนาคารต้นไม้กำหนด โดยให้ธนาคารต้นไม้ระดับจังหวัดรับรอง แล้วเสนอให้คณะกรรมการธนาคารต้นไม้ระดับชาติ

4.      ธนาคารต้นไม้อาจตัดสิทธิการให้ค่าตอบแทนนี้ หากสมาชิกได้รับการสนับสนุนจากองค์กรอื่นๆแล้ว

5.      ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันว่า ค่าตอบแทนตามโครงการหนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแผนปฏิบัติการธนาคารต้นไม้ เป็นการดำเนินการเพื่อสร้างรูปธรรม สร้างแรงจูงใจ และให้รัฐรับทราบในกระบวนการ ซึ่งมิใช่เป้าหมายหลักทั้งหมดของธนาคารต้นไม้

6.      โครงการนี้ดำเนินการเฉพาะกาล (ปี 2554)

7.      ธนาคารต้นไม้แต่ละสาขาอาจปรับปรุงโครงการให้สอดคล้องกับแนวทางของผู้สนับสนุน เช่น การให้ค่าตอบแทนแก่ผู้สูงอายุ, เป็นสวัสดิการ ฯลฯ


 

งบประมาณ

1.      ค่าตรวจนับ ประเมินมูลค่า ติดหมายเลขประจำต้นและการจัดทำข้อมูลจนถึงการลงสมุดบัญชีธนาคารแปลงละ 500 บาท    รวม 49,200 แปลง                                                 เป็นเงิน

24,600,000 บาท

2.      ค่าจัดทำข้อมูลกลางและการจัดการข้อมูลด้านต่างๆ(ฐานข้อมูล)สาขาละ    2,000 บาท (984x2,000= 1,968,000 )                                                                                          เป็นเงิน

1,968,000 บาท

3.      ค่าตอบแทนร้อยละ 5 ของมูลค่าต้นไม้ อายุ 1-5ปี จำนวน 984 สาขาโดยประมาณการ สาขาละ 50  ราย เฉลี่ยรายละ200ต้น อายุเฉลี่ย 1-5 ปี=/2.5 ปี

อัตรา( 200x250x50x5%)=125,000บาท/สาขา x984 สาขา                          เป็นเงิน

123,000,000 บาท

4.      ค่าจัดประชุมสร้างความเข้าใจวิธีการดำเนินโครงการ 4 ภาค/ครั้ง                   เป็นเงิน

1,000,000 บาท

รวมเป็นเงิน

150,568,000บาท

*กรณีไม่คิดงบประมาณ ในข้อ 4 ค่าใช้จ่ายสามารถแยกเป็น แต่ละสาขา เป็นเงินสาขาละ

152,000 บาท

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.    สมาชิกธนาคารต้นไม้ 49,200 ราย จาก 984 สาขา ทั้ง 4 ภาคของประเทศได้รับการตรวจนับ ประเมินมูลค่าต้นไม้ ติดหมายเลขประจำต้นไม้ ทำทะเบียนต้นไม้ทั้งหมดและได้รับค่าตอบแทน 5% จากมูลค่าไม้ที่มีอายุ   1-5 ปีในจำนวนต้นไม้ 9,840,000 ต้น เนื้อที่ 246,000 ไร่ (อัตรา40 ต้น/ ไร่) เป็นเงินประมาณการ 123,000,000 บาท

2.    สามารถเก็บรวบรวมข้อมูลต้นไม้ของสมาชิกไว้ในระบบฐานข้อมูลธนาคารต้นไม้ประมาณ 984 สาขา

3.    เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของผู้สนับสนุนได้แก่ ภาครัฐ ภาคเอกชน และองค์กรต่างๆกับประชาชน  สมาชิกธนาคารต้นไม้ โดยร่วมแสดงการแบ่งปันการสร้างสรรค์สิ่งดีงาม ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯเนื่องในวโรกาสมีพระชนมายุ 84 พรรษา

4.    เป็นแบบอย่างในการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนนำแนวทางธนาคารต้นไม้ทำการปลูกต้นไม้กระจายไปทั่วทั้งแผ่นดินอย่างรวดเร็ว

5.        เป็นจุดเริ่มต้นแสดงรูปธรรมการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ สังคม รวมถึงการเมืองโดยใช้ต้นไม้เป็นเครื่องมือเพื่อให้รัฐนำแนวทางไปดำเนินการทั้งประเทศ และใช้เป็นนโยบายรัฐ

 

                   จากนี้ไปจึงเป็นช่วงเวลาในการเชิญชวนให้มวลสมาชิกธนาคารต้นไม้ทั่วประเทศพิจารณาตัวเองว่าพร้อมแล้วหรือไม่ หากพร้อมแล้วให้แจ้งต่อคณะกรรมการระดับจังหวัด คณะกรรมการขับเคลื่อน หรือธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ เพื่อสมัครเข้าร่วมโครงการ ๙๘๔ ฯจากนั้นก็เข้ากระบวนการตรวจนับประเมินมูลค่าต้นไม้ ซึ่งวิธีการตรวจนับดังกล่าว มีรายละเอียดปรากฎอยู่ใน WWW.Treebankthai.com

                   ในการปฏิบัติธนาคารต้นไม้ได้ประชุมใหญ่เมื่อ ๑๘-๑๙ มีนาคม ๒๕๕๔ที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติมาบเอื้อง จ.ชลบุรี สำนักงานใหญ่ธนาคารต้นไม้ให้คัดเลือกธนาคารต้นไม้สาขาเข้าโครงการโดยด่วน และในเบื้องต้นให้ส่งผลการตรวจนับถึงธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ ภายใน ๓๐ เมษายน ๒๕๕๔จำนวนหนึ่งก่อนเพื่อให้ทีมแกนนำจะได้ข้อมูลปริมาณต้นไม้ไปนำเสนอต่อ ผู้สนับสนุนเพื่อช่วยเหลือมาจ่ายค่าตอบแทนร้อยละ ๕ ของมูลค่าต้นไม้เสมือนค่าตอบแทนสังคมของผู้สนับสนุน วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๕๔ ธนาคารต้นไม้จะประชุมประจำปีของคณะกรรมการชุดใหญ่ทั้ง ๒ ชุด และผู้เกี่ยวข้อง อีกครั้ง และวันนั้นจะได้แจ้งให้ทราบว่า การดำเนินการโครงการนำร่อง ๙๘๔ สาขา สำเร็จมากน้อยเพียงใด

                   เพื่อให้เป็นแบบอย่างและสร้างจังหวะก้าวที่ชัดเจน มั่นคง ผมจึงขอร้องให้ชาวธนาคารต้นไม้กระตุ้นพลพรรคในสาขาให้เริ่มนับ ประเมินมูลค่าต้นไม้ เพื่อก่อเกิดประโยชน์กับเจ้าของต้นไม้ตามแนวทางของธนาคารต้นไม้ อันจะเป็นกำลังใจ และเป็นการตอบแทน ความเพียรพยายาม เพราะธนาคารต้นไม้ชุดแรก ๙๘๔ สาขาคือผู้กล้าตัดสินใจทำภารกิจครั้งนี้ให้รัฐ และสาธารณะชนมาเห็นความจริงจังของพวกเรา  เมื่อเห็นผลเชิงประจักษ์การขับเคลื่อนสู่นโยบายก็จะง่ายขึ้น ทั้งการหาผู้สนับสนุนในโครงการนี้และการผลักไปสู่นโยบายรัฐ ผมไม่อาจยืนยัน ๑๐๐%ว่าจะเป็นไปตามที่เราคาดหมาย แต่ยืนยันว่าแกนนำธนาคารต้นไม้จะพยายามกันอย่างที่สุด เพราะเหตุการณ์ครั้งนี้คือ ความกล้าหาญ ของพวกเราที่จะใช้ต้นไม้เป็นเครื่องมือทางเศรษฐศาสตร์ แก้ปัญหาวิกฤติการณ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม เพราะเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาใหญ่มาก และกำลังปรากฏอย่างชัดขึ้นต่อหน้ามวลมนุษย์ชาติแล้ว




บทความ

บทความตอนที่ ๑
บทความตอนที่ ๒
บทความตอนที่ ๓
ปรับโครงสร้างหนี้ 80,000 ราย ของกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร เกมส์การเงินที่กำหนดให้เกษตรกรเป็นผู้แพ้: กรณีเปรียบเทียบบ่อนชนวัว
ตอน ที่ ๑การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่นำเสนอนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหาโลกร้อนแม้แต่พรรคเดียว (ย่อ)
ตอน ที่ ๑การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่นำเสนอนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและปัญหาโลกร้อนแม้แต่พรรคเดียว (เต็ม)
ตอน ที่ ๒สร้างจุดหักเหยอกย้อนทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ทุนนิยม
ทฤษฎีของธนาคารต้นไม้
แนวทางการบูรณาการธนาคารต้นไม้ กับโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต สถาบันการเรียนรู้เพื่อประชาชน
ทำความจริงแท้บนผืนแผ่นดินมาเป็นความจริงเทียมบนแผ่นกระดาษ
การประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในระดับชุมชน
ประชาชนเสียหาย และไม่ได้อะไร แต่ไม่มีใครผิด!!
รูปแบบการปลูกต้นไม้ ปลูกป่า ป้องกันภัยพิบัติ ในบริบทของสังคมไทย ณ ช่วงเวลาศตวรรษที่ 26
ร่าง พรบ ธตม
ประเด็นปัญหาเปรียบเทียบ
โครงการปลูกป่า 3 อย่างประโยชน์ 4 อย่าง
ขอเสนอแผนปฏิบัติสู่แผนปรองดองแห่งชาติ