ReadyPlanet.com
dot dot
dot
dot
dot
ชื่อผู้ใช้ :
รหัสผ่าน :
เข้าสู่ระบบอัตโนมัติ :
bullet ลืมรหัสผ่าน
bullet สมัครสมาชิก
dot
dot
dot
bulletสาขาธนาคารต้นไม้
bulletเอกสาร/สื่อเผยแพร่
bulletคนอยู่ป่ายัง
bulletมูลนิธิธนาคารต้นไม้
bulletโครงการ


ร่าง พ.ร.บ.ธนาคารต้นไม้ พ.ศ........ article

 (ร่าง)

พระราชบัญญัติ ธนาคารต้นไม้ พ.ศ....

ภูมิพลอดุลเดช ป.ร.

ให้ ณ วันที่.........................................

เป็นปีที่............ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยธนาคารต้นไม้

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้จากการเสนอรายชื่อของประชาชนตามรัฐธรรมนูญ โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เป็นพระราชบัญญัติว่าด้วยสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญ เรียกว่า พระราชบัญญัติธนาคารต้นไม้ พ.ศ. ....

มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัติธนาคารต้นไม้

 “ธนาคารต้นไม้” ไม่ใช่  ธนาคารตามพระราชบัญญัติธนาคารพาณิชย์ พ.ศ. 2535     

“ธนาคารต้นไม้” หมายความว่า องค์กรภาคประชาชนที่จัดตั้งเป็นองค์กรลักษณะพิเศษภายใต้ชื่อธนาคารต้นไม้ และหมายถึงธนาคารต้นไม้ระดับต่างๆ ที่ได้จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารต้นไม้ พ.ศ....

“ต้นไม้และไม้” รวมถึงการดำเนินการใดๆ เกี่ยวกับต้นไม้และไม้ ตามพระราชบัญญัติธนาคารต้นไม้มิใช่ต้นไม้ หรือไม้ ตามพระราชบัญญัติป่าไม้พุทธศักราช  2484  หรือพระราชบัญญัติอื่นใดตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้

 

                    “ต้นไม้” หมายความว่า ต้นไม้ที่มีชีวิต ของสมาชิกที่ได้ปลูก หรือดูแลรักษา และจัดทำทะเบียนต้นไม้เป็นของสมาชิกธนาคารต้นไม้แล้ว เป็นชนิดไม้ที่เติบโตแล้วสามารถใช้เนื้อไม้ที่แปรรูปได้ ตามชนิดที่ธนาคารต้นกำหนดขึ้น และมิใช่ ต้นไม้ที่เป็นพืชเกษตรปกติทั่วไป และไม่ใช่เป็นการปลูกแบบเกษตรเชิงเดี่ยว และไม่ใช่ชนิดไม้ที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

“ไม้” หมายความว่า บรรดาส่วนต่างๆ ของไม้ที่ได้มาจากต้นไม้ ตามพระราชบัญญัตินี้

“การกำหนดชนิดไม้” หมายความว่า บัญชีรายชื่อต้นไม้ที่ธนาคารต้นไม้จัดทำขึ้นตามหลักเกณฑ์ว่าด้วยการกำหนดชนิดไม้ตาม พ.ร.บ.นี้

“พืชเกษตรเชิงเดี่ยว” หมายความว่า การเพาะปลูกพืชเกษตรหรือต้นไม้ เพียงชนิดเดียวในพื้นที่หนึ่งๆ

“ที่ดินทำกิน”   หมายความว่า ที่ดินทุกประเภทที่ประชาชน หรือชุมชนได้ถือครองใช้ประโยชน์ในการประกอบสัมมาชีพทำมาหากินอย่างปกติและต่อเนื่องจะมีเอกสารสิทธิ์หรือไม่ก็ได้ ทั้งที่เป็นเจ้าของผู้ครอบครอง หรือได้จากการเช่าโดยชอบ หรือได้รับด้วยวิธีการอื่น โดยชอบด้วยกฎหมาย

“สมาชิกธนาคารต้นไม้”  หมายความว่า บุคคล นิติบุคคล หน่วยงาน องค์กร กลุ่ม ชุมชน  วัด สำนักสงฆ์  มูลนิธิ สมาคม ชมรม ที่สมัครเป็นสมาชิกธนาคารต้นไม้สาขา และได้จัดทำทะเบียนธนาคารต้นไม้สาขาแล้ว

“คณะกรรมการ”  หมายความว่า คณะกรรมการธนาคารต้นไม้ในระดับต่างๆ ที่ได้จัดตั้งตามพ.ร.บ. นี้

“อสังหาริมทรัพย์ เชิงซ้อน” หมายถึง ต้นไม้ที่ขึ้นทะเบียนตาม พ.ร.บ.นี้ และยังยืนต้นมีชีวิต สามารถแยกจากความเป็นทรัพย์ส่วนควบได้แต่สภาพความเป็นอสังหาริมทรัพย์เชิงซ้อนเมื่อยังอยู่ติดกับที่ดินเท่านั้น

มาตรา ๔ ให้นายกรัฐมนตรี รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจออกระเบียบ หรือประกาศเพื่อปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ

หมวดที่ ๑

การจัดตั้ง หลักการ ของธนาคารต้นไม้

 

มาตราที่ ๕ การจัดตั้งธนาคารต้นไม้  ให้รัฐตั้งองค์กรลักษณะพิเศษ เรียกว่าธนาคารต้นไม้ ชื่อย่อ ธตม. ชื่อภาษาอังกฤษว่า TREEBANK THAI เพื่อให้รับรองสิทธิ์ของชุมชนและประชาชน ผู้ปลูกต้นไม้ ให้ต้นไม้ที่มีชีวิต มีมูลค่าเป็นทรัพย์  ในลักษณะอสังหาริมทรัพย์ เชิงซ้อน และเพื่อส่งเสริมสร้างแรงจูงใจให้มีการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ในพื้นที่อันเป็นพื้นที่ทำกิน ของประชาชนและชุมชนมากขึ้นทั่วประเทศ อันจะได้นำต้นไม้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหาทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยให้ธนาคารต้นไม้

(๑)    ให้ตั้งธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ ๑ แห่ง และสามารถตั้งสำนักงานธนาคารต้นไม้ในระดับต่างๆ ในภูมิภาคและจังหวัด ได้ตามความเหมาะสม ในธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ให้มีการบริหารธนาคารต้นไม้โดย ผู้จัดการใหญ่ รองผู้จัดการใหญ่ และเจ้าหน้าที่ ฝ่ายต่างๆ ตามที่ได้กำหนดโดยคณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้ระดับชาติ โดยกำหนดอัตราเงินเดือนค่าจ้างอย่างเป็นธรรมแก่ผู้ปฏิบัติงาน ทั้งฝ่ายบริหารและฝ่ายปฏิบัติการ

(๒)    ธนาคารต้นไม้เป็นองค์การที่ไม่ผูกพันกับหนี้สินใดๆ

(๓)    ธนาคารต้นไม้ต้องดำเนินการส่งเสริมการปลูกและดูแลรักษาต้นไม้ของประชาชนและชุมชน และต้องรับรองมูลค่าต้นไม้ขณะที่มีชีวิตให้มีมูลค่าเป็นทรัพย์ และสร้างสิทธิ์ในมูลค่าให้เป็นของประชาชนและชุมชน   เฉกเช่น อสังหาริมทรัพย์ และให้รับรองการนำมูลค่าไปใช้กับรัฐ ธนาคารของรัฐ หรือสหกรณ์หากมีการตกลงกันระหว่างสหกรณ์กับธนาคารต้นไม้

(๔)    เมื่อประชาชน ตั้งแต่ ๕๐ คนขึ้นไป ที่รวมตัวกันเป็นลักษณะชุมชนผู้ปลูกต้นไม้สามารถรับสมาชิกทั้งตั้งธนาคารต้นไม้สาขาได้โดยเสรีและสามารถนำต้นไม้มาขึ้นทะเบียนสาขากับธนาคารต้นไม้ ได้ตามหลักเกณฑ์ กรณี องค์กร หรือ นิติบุคคล หรือกลุ่มอื่นๆ  นับการเป็นสมาชิกตามจำนวนคนได้

มาตราที่ ๖ หลักการของธนาคารต้นไม้ตามพระราชบัญญัติธนาคารต้นไม้ คือ ต้นไม้ที่ประชาชนทำการปลูก หรือดูแลรักษา และได้จัดทำทะเบียนรับรองโดยธนาคารต้นไม้ย่อมมีสิทธิ์เป็นเจ้าของ สิทธิในการดูแลรักษา ประเมินมูลค่า การตัดโค่นเพื่อใช้สอยหรือเป็นสินค้า

ในขณะต้นไม้มีชีวิต ย่อมเป็นทรัพย์ลักษณะอสังหาริมทรัพย์เชิงซ้อนของประชาชนหรือชุมชน ซึ่งไม่ว่าต้นไม้และไม้ดังกล่าวจะขึ้นอยู่ในที่ดินประเภทใด ที่ได้มาโดยชอบด้วยกฎหมาย หรืออยู่ระหว่างการรอการพิสูจน์สิทธิ์ และหากต้นไม้อยู่ในที่ดินของรัฐ ต้นไม้และไม้ให้ผูกพันกับ พระราชบัญญัตินี้  ส่วนที่ดินยังคงเป็นของรัฐ และผลผลิตไม้หรืออื่นๆ จากต้นไม้ย่อมเป็นทรัพย์ของเจ้าของต้นไม้ตาม พ.รบ.นี้ โดยอนุโลม

หมวดที่ ๒

สิทธิ และประโยชน์ของประชาชนและชุมชนตาม พระราชบัญญัติธนาคารต้นไม้

 

มาตรา ๗ ให้ต้นไม้มีมูลค่าขณะมีชีวิตและเป็นอสังหาริมทรัพย์เชิงซ้อน สามารถแยกความเป็นทรัพย์จากที่ดินได้ ในความเป็นทรัพย์ของต้นไม้ห้ามมิให้ทำเป็นสินค้า ซื้อขายล่วงหน้า เว้นแต่ทำสัญญาซื้อขายภายในระยะเวลา 1 ปี สำหรับต้นไม้ที่โตได้ขนาดจำหน่ายได้เท่านั้น

ในระหว่างนำต้นไม้ไปทำนิติกรรม ห้ามมิให้มีการทำนิติกรรม ในการจำหน่าย โอน ที่ดินที่ต้นไม้นั้นตั้งอยู่ เว้นแต่การจำนองกับธนาคารของรัฐ

ให้ต้นไม้ที่มีชีวิตเป็นทรัพย์ที่เป็นมรดกตกทอดตามกฏหมายได้

มาตรา ๘ ชุมชนหรือประชาชนคนไทยใครก็ตามที่ปลูก หรือดูแลรักษาต้นไม้ในที่ดินทำกินของตนเอง หรือของชุมชน  และเป็นสมาชิกธนาคารต้นไม้ และธนาคารต้นไม้ได้รับรองต้นไม้ให้เป็นของสมาชิกตามหลักเกณฑ์แล้ว รัฐพึงต้อง

(๑)     รับรองมูลค่าต้นไม้ของผู้นั้นให้มีมูลค่าเป็นทรัพย์ขณะที่มีชีวิตตามมูลค่าที่ธนาคารต้นไม้กำหนด คือ

ช่วงที่ ๑ ต้นไม้อายุ ๑-๑๐ ปีให้รัฐรับรองมูลค่าตามราคาทุน เริ่มจากปีที่ ๑ ต้นละ ๑๐๐ บาท และเพิ่มขึ้นทุกปีๆละ ๑๐๐ บาทจนถึงปีที่ ๑๐ ต้นละ ๑๐๐๐ บาท  แต่ทั้งนี้ต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดโดยคณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้ระดับชาติ

ช่วงที่ ๒ ต้นไม้อายุ ๑๐ ปีขึ้นไป หรือได้ขนาดเป็นสินค้าได้ให้รับรองมูลค่าตามความจริงโดยการคำนวณปริมาตรและมูลค่าไม้ มวลคาร์บอนที่สะสมหรือคุณค่าด้านอื่นๆ  ตามที่ธนาคารต้นไม้ กำหนดให้สอดคล้องกับความเป็นจริง หรือความเหมาะสมในแต่ละภูมินิเวศ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า ต้นละ ๑,๐๐๐ บาท

ทั้งนี้ต้นไม้ดังกล่าวต้องได้รับการรับรองขึ้นทะเบียนกับธนาคารต้นไม้สาขา และจะต้องสุ่มตรวจตามหลักเกณฑ์ก่อน ตลอดจนได้รับรองโดยธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่แล้ว และมูลค่าต้นไม้ตาม(๑)นั้น

(๒)     ให้นำมูลค่าต้นไม้ไปใช้กับรัฐ สถาบันการเงินหรือ ธนาคารของรัฐได้เช่นเดียวกับทรัพย์อย่างอื่นโดยให้ใช้ในการ ประกันตน, หลักทรัพย์ที่ให้ธนาคารค้ำประกันเพื่อใช้ทำสัญญา(Bank Guarantee), ค้ำประกันหนี้แทนหรือร่วมกับอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ

(๓)     ในมูลค่าต้นไม้ตาม (๑) รัฐพึงต้องให้ค่าตอบแทนแก่เจ้าของต้นไม้ อัตราร้อยละ ๕ ของมูลค่าไม้ทุกปี แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ต้น ของสมาชิกแต่ละราย โดยกำหนดเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี และอาจเพิ่มเวลา ตามแต่ความจำเป็นและเหมาะสม

(๔)     รัฐพึงต้องกำกับธนาคารและสถาบันการเงินของรัฐให้กำหนดอัตราดอกเบี้ยแก่ลูกหนี้ที่ใช้ต้นไม้ค้ำประกันหนี้ใน อัตราไม่เกินร้อยละ ๕ ต่อปี การนำต้นไม้ไปคำประกันหนี้สิน กระทำได้ไม่เกินร้อยละ ๕๐ ของมูลค่าต้นไม้

(๕)     ในกรณีที่ได้ใช้พื้นที่ของรัฐเป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้ ประชาชนหรือ ชุมชน ที่เป็นสมาชิกธนาคารต้นไม้ พึงได้รับสิทธิในการอยู่อาศัยหรือจัดการผลผลิตจากต้นไม้และพื้นที่ตลอดจนประกอบสัมมาชีพ ที่พอเพียง เรียบง่ายไม่กระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้เป็นไปตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

มาตรา ๙ การขึ้นทะเบียนการรับรองมูลค่าต้นไม้

(๑)  หลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียน การประเมิน และการรับรองมูลค่าต้นไม้และการตรวจสอบให้กำหนดโดยคณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้ระดับชาติ

(๒)  การรับรองมูลค่าให้จัดทำเป็นบัญชีรับรองมูลค่าต้นไม้โดยรวมและมีรายละเอียดกำกับของต้นไม้แต่ละต้นตามหลักเกณฑ์และลงนามโดยผู้จัดการใหญ่ธนาคารต้นไม้ หรือผู้ได้รับมอบหมาย

(๓)  การสูญหายของอสังหาริมทรัพย์เชิงซ้อนหรือต้นไม้เป็นความรับผิดชอบของเจ้าจองต้นไม้และไม่ผูกพันกับผู้รับรอง

มาตราที่ ๑๐ ต้นไม้และไม้ตามพระราชบัญญัตินี้ สมาชิกและธนาคารต้นไม้สาขาสามารถดำเนินการใดใดได้อย่างได้อย่างเสรีตามหลักเกณฑ์ของธนาคารต้นไม้โดยมิต้องผูกพันกับต้นไม้  และไม้ตามพระราชบัญญัติอื่นใดตามกฎหมายว่าด้วยการป่าไม้

มาตรา ๑๑ รัฐต้องส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการจัดการผลผลิตจากต้นไม้และไม้ให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชน ตลอดจนรัฐต้องมีบทบาท ส่งเสริมการใช้ผลผลิตจากไม้ทดแทนวัสดุอื่นๆ อย่างจริงจังโดยการทำเป็นประกาศกฎกระทรวง หรืออื่นใดและ รัฐต้องมีมาตรการส่งเสริมให้นำต้นไม้ของธนาคารต้นไม้ไปสู่กระบวนการแก้ปัญหาสภาวะโลกร้อน ทั้งนี้เป็นไปตามข้อเสนอของคณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้ระดับชาติ

 

มาตรา ๑๒ รัฐต้องจัดหางบประมาณสนับสนุนการดำเนินการกิจกรรมต่างๆ ของธนาคารต้นไม้ให้เพียงพอต่อการใช้จ่ายตามแผนงบประมาณ โดยอาจดำเนินการจัดหามาจากมาตรการทางภาษีที่ส่งผลกับสิ่งแวดล้อม การค้าไม้ ผลิตภัณฑ์ไม้ การส่งเสริมการปลูกป่าภาครัฐและองค์กรต่างๆ และอาจรวมถึงการนำเงินจากค่าปรับในคดีเกี่ยวกับการป่าไม้

หมวดที่ ๓

คณะกรรมการธนาคารต้นไม้ การบริหารและการดำเนินการ

มาตรา ๑๓ ให้มีคณะกรรมการธนาคารต้นไม้ระดับต่างๆ มีคุณสมบัติและการสิ้นสุด ได้แก่

(๑)          คณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้ระดับชาติ  จำนวนไม่เกิน ๑๕ คน โดยคัดเลือกมาจาก

ส่วนที่ ๑ คณะกรรมการธนาคารต้นไม้ระดับจังหวัด ที่กระจายตามภูมิภาค(เขต) จำนวน ๑๐ ภาค ๆ ละ ๑ คน แต่ไม่เกิน ๒ คน กรณีที่บางภาคไม่มี

ส่วนที่ ๒ ผู้ทรงคุณวุฒิ คน มาจากการสรรหาและคัดเลือกโดยคณะกรรมการในส่วนที่ ๑ และให้คณะกรรมการตัวแทนแต่ละส่วนมีวาระ ๔ ปี โดยให้หมดวาระพร้อมกัน และมีหน้าที่

(๑.๑)จัดทำแนวทางปฏิบัติงาน จัดทำแผนการปฏิบัติงานและงบประมาณ ตามนโยบายธนาคารต้นไม้ ของธนาคารต้นไม้ทุกระดับ เพื่อให้คณะกรรมการธนาคารต้นไม้ทุกระดับทราบ และนำไปปฏิบัติ โดยให้ประชุมกันอย่างน้อยปีละ ๖ ครั้ง

(๑.๒)กำหนดวิธีปฏิบัติ มาตรการและหลักเกณฑ์ต่างๆ ของธนาคารต้นไม้ทุกระดับ พร้อมกำกับดูแลบริหารจัดการให้ดำเนินงานของธนาคารต้นไม้ทุกระดับเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ตลอดจนกำหนดหลักเกณฑ์ในการขึ้นทะเบียนต้นไม้ การประเมินมูลค่าต้นไม้ และการรับรองมูลค่าไม้

(๑.๓)สนับสนุนการขับเคลื่อนธนาคารต้นไม้ให้สำเร็จตามเป้าหมาย 

(๑.๔)ให้คำปรึกษาแก่ธนาคารต้นไม้ ระดับต่างๆ

 (๑.๕) ตั้งสำนักงานคณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้และบริหารโดยประธานคณะกรรมการ

(๑.๖) แต่งตั้งและปลดผู้บริหารองค์กร คือสำนักงานใหญ่ได้แก่ ตำแหน่ง ผู้จัดการใหญ่  รองผู้จัดการใหญ่ 

(๑.๗) ให้คณะกรรมการบริหารตั้งคณะกรรมการบริหารคนหนึ่งคนใดเป็นผู้จัดการใหญ่ และเป็นรองผู้จัดการใหญ่ ไม่เกิน ๔ คน อยู่ในวาระได้ไม่เกินคราวละ ๔ ปี และสามารถดำรงตำแหน่งได้อีก ถ้าได้รับการคัดเลือก ผู้จัดการใหญ่ต้องจัดทำทะเบียนรับรองธนาคารต้นไม้สาขาอย่างเป็นทางการ แก่ธนาคารต้นไม้ ที่ขอจดทะเบียน ตลอดจนการรับรองมูลค่าต้นไม้ให้สมาชิกที่ผ่านการตรวจสอบถูกต้องมาแล้ว

มีคุณสมบัติและการสิ้นสุด..........................................................................................................................

(๒)          คณะกรรมการขับเคลื่อนและกำกับธนาคารต้นไม้ระดับชาติ ประกอบด้วย  จำนวนไม่เกิน ๙๙ คน โดยมาจาก คณะกรรมการธนาคารต้นไม้ระดับจังหวัด จากคณะกรรมการสาขา ทุกจังหวัดที่มีธนาคารต้นไม้ จำนวน ๗๗ คน คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐ ภาคประชาสังคมที่เกี่ยวข้องจาก ๒๒ คน ที่สรรหาและคัดเลือกโดยคณะกรรมการ ส่วนที่มาจากธนาคารต้นไม้ (๗๗ คน)

คณะกรรมการขับเคลื่อนและกำกับนโยบายธนาคารต้นไม้ระดับชาติมีหน้าที่

(๒.๑) กำหนดนโยบายธนาคารต้นไม้

(๒.๒) พิจารณาแก้ไขปรับปรุง และรับรองแผนงานของคณะกรรมการบริหาร ธนาคารต้นระดับชาติ

(๒.๓) ขับเคลื่อนนโยบายและแผนงานธนาคารต้นไม้

(๒.๔) ให้ดำเนินงานเสนอแนะแก่คณะกรรมการธนาคารต้นไม้ทุกระดับ

(๒.๕) ประชุมกันอย่างน้อยปีละ ๔ ครั้ง

(๒.๖) พิจารณารับรองหลักเกณฑ์ข้อกำหนดและวิธีปฏิบัติต่างๆ ของธนาคารต้นไม้ ตามที่คณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้เสนอ

(๒.๗) พิจารณาประเมินผลการดำเนินงานของคณะกรรมการบริหาร

มีคุณสมบัติและการสิ้นสุด..........................................................................................................................

(๓) คณะกรรมการธนาคารต้นไม้ระดับจังหวัด ประกอบด้วย                 ตัวแทนที่เป็นคณะกรรมการธนาคารต้นไม้สาขา สาขาละ ๑ คน หรือมากกว่า มารวมตัวกันไม่น้อยกว่า ๑๕ คน แต่ไม่เกิน ๑๕๐ คน มีหน้าที่

(๓.๑)  บริหารจัดการ จัดประชุม หารือเพื่อแบ่งหน้าที่รับผิดชอบในการขับเคลื่อนธนาคารต้นไม้ตามหลักเกณฑ์ที่ตกลง  ของแต่ละจังหวัด ทั้งนี้ให้เป็นไปตามแนวทางที่ธนาคารต้นไม้กำหนด

(๓.๒)  ขับเคลื่อนโครงการธนาคารต้นไม้ในจังหวัดให้เกิดความเข้าใจของประชาชนและเกิดธนาคารต้นไม้สาขา ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

(๓.๓) ตรวจนับประเมิน และรับรองแปลงปลูกและมูลค่าต้นไม้ให้สมาชิกธนาคารต้นไม้ในธนาคารต้นไม้สาขาต่างๆ และยกเลิกการรับรองมูลค่าต้นไม้ของธนาคารต้นไม้สาขาใดสาขาหนึ่ง ทั้งสาขาได้ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารต้นไม้กำหนด

(๓.๔)  รายงานข้อมูลการประเมินและรับรองมูลค่าต้นไม้ให้ธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ทราบ ทางสื่ออิเล็คทรอนิคของสำนักงานธนาคารต้นไม้ และแจ้งข้อมูลต่างๆ แก่ธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่

(๓.๕) กำหนดชนิดพรรณไม้ จัดกลุ่มพรรณไม้ ของธนาคารต้นไม้ในจังหวัดแล้วเสนอให้ธนาคารต้นไม้ทราบ

(๓.๖) สนับสนุนธนาคารต้นไม้สาขาให้เกิดความเข้มแข็งมีพลัง

               (๓.๗)  ประสานกับหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัด หรือจังหวัดอื่นตามความเหมาะสม

มีคุณสมบัติและการสิ้นสุด........................................................................................................

(๔)  คณะกรรมการธนาคารต้นไม้สาขา ประกอบด้วย    ตัวแทนที่เป็นสมาชิก 9-15 คน ประกอบด้วยตำแหน่งต่างๆ ดังนี้  ประธานกรรมการ รองประธาน ผู้จัดการ รองผู้จัดการ คณะกรรมการฝ่ายต่างๆ เลขานุการ ที่ปรึกษา

มีหน้าที่............................................................................................................................................

มีคุณสมบัติและการสิ้นสุด................................................................................................................

มาตรา ๑๔ ให้ตั้งธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ โดยมีผู้บริหารองค์กรที่ได้รับการแต่งตั้ง ตามมาตรา ๑๓  (๑.๖)และ (๑.๗) มีหน้าที่

(๑)  บริหารจัดการองค์กร ประเมิน ลงโทษ แก่พนักงานในองค์กรกำกับดูแลและทำฐานข้อมูล จัดทำทะเบียนรับรองมูลค่าต้นไม้ให้แก่สมาชิก ดำเนินการด้านธุรการของธนาคารต้นไม้ และสามารถออกข้อกำหนด ระเบียบ หลักเกณฑ์ บทลงโทษในการดำเนินการกิจกรรมของธนาคารต้นไม้ ตั้งแต่การตรวจสอบ ประเมิน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักการ วัตถุประสงค์ และข้อเสนอของคณะกรรมการธนาคารต้นไม้ระดับต่างๆ โดยได้รับความเห็นชอบ จากคณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้ระดับชาติ

(๒)  ให้มีผู้จัดการใหญ่ธนาคารต้นไม้ เป็นผู้บริหารองค์กร และสามารถตั้งผู้บริหารและพนักงานตำแหน่งต่างๆ ตามความเหมาะสม และจำเป็น ทั้งนี้เป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้ระดับชาติเห็นชอบ

หมวดที่ ๔

ทุน รายได้ ทรัพย์สิน และการให้ค่าตอบแทนแก่สมาชิกธนาคารต้นไม้

มาตรา ๑๕ ทุน และทรัพย์สินในการดำเนินการกิจการของธนาคารต้นไม้ประกอบด้วย

(๑)                             เงินหรือทรัพย์สินที่ได้รับโอนมา

(๒)                             เงินที่รัฐบาลจ่ายให้

(๓)                             เงินอุดหนุนทั่วไปที่รัฐบาลจัดการให้ตามแผนงบประมาณเป็นรายปี

(๔)     เงินที่รัฐอาจหามาจากมาตรการทางภาษีด้านสิ่งแวดล้อม,การค้าไม้ และประดิษฐ์กรรมไม้หรืองบประมาณด้านการส่งเสริมการปลูกต้นไม้และปลูกป่า

มาตรา  ๑๖ ค่าตอบแทนร้อยละ ๕  ของมูลค่าไม้ตามมาตรา ๘ (๓) รัฐบาลต้องจ่ายให้สมาชิกตามหลักเกณฑ์ของธนาคารต้นไม้กำหนด ซึ่งจ่ายหลังจากได้ทำการประเมินและรับรองมูลค่าต้นไม้โดยธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่แล้ว โดยให้รัฐบาลโอนผ่านธนาคารต้นไม้ สำนักงานใหญ่  ตามที่ได้จัดทำแผนประมาณการยอดมูลค่าต้นไม้ และหากเหลือให้เก็บสะสมไว้เป็นค่าตอบแทนในปีต่อไป และให้ธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่โอนเข้าบัญชีแก่สมาชิกโดยตรง ในการนี้ทั้งสมาชิกและธนาคารต้นไม้สำนักงานใหญ่ต้องแจ้ง การโอนให้ธนาคารต้นไม้สาขา สำนักงานธนาคารต้นไม้จังหวัดทราบและจัดทำเป็นฐานข้อมูล ไว้ให้ทราบโดยทั่วกันอย่างเปิดเผย

มาตรา ๑๗ เมื่อได้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติก่อให้เกิดการเสียหายแก่ต้นไม้ซึ่งเป็นทรัพย์สินของประชาชนคือทรัพย์สินของชาติ รัฐต้องชดเชยค่าเสียหายตามสมควรทั้งนี้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่ได้กำหนดไว้ โดยคณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้

มาตรา ๑๘ ต้นไม้เป็นทรัพย์สินของสมาชิก โดยการรับรองของรัฐในนามธนาคารต้นไม้สามารถนำไปใช้กับรัฐได้เช่นเดียวกับอสังหาริมทรัพย์อื่นๆ ซึ่งต้องตรวจสอบประเมินตามหลักเกณฑ์ทุก ๑ ปี หรือไม่เกิน ๒ ปี

หมวดที่ ๕

การตรวจสอบและการกำกับดูแล

มาตราที่ ๑๙ ให้รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลการดำเนินการกิจการธนาคารต้นไม้ ให้เป็นไปตามกฎหมาย และให้สอดคล้องกับ หลักการ วัตถุประสงค์ ของธนาคารต้นไม้ นโยบายของรัฐและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับธนาคารต้นไม้  ให้รัฐมนตรีมีอำนาจสั่งให้ธนาคารต้นไม้ ชี้แจง แสดงความคิดเห็น ทำรายงาน หรือยับยั้งการกระทำของธนาคารต้นไม้ หากเห็นว่าการดำเนินการไม่เป็นไปตามหลักการของพระราชบัญญัตินี้  ตลอดจนสั่งสอบสวนข้อเท็จจริงของธนาคารต้นไม้ได้ และให้ธนาคารต้นไม้รายงานผลปฏิบัติงานต่อรัฐสภาทุกปี  และรูปแบบเอกสารรายงานให้กำหนดโดยคณะกรรมกรรบริหารธนาคารต้นไม้ระดับชาติ

 

หมวดที่ ๖

บทลงโทษ

มาตราที่ ๒๐ หากสมาชิกธนาคารต้นไม้สาขาใด รายหนึ่งรายใด กระทำการทุจริตในการจัดทำข้อมูลต้นไม้อันเป็นเท็จ เกินร้อยละ ๑๐ ของปริมาณต้นไม้ของสมาชิกแต่ละรายนั้น  ธนาคารต้นไม้ระดับจังหวัดต้องเสนอ ยกเลิกการรับรองมูลค่าต้นไม้ในปีนั้น และให้คณะกรรมการธนาคารต้นไม้ระดับชาติพิจารณายกเลิกการรับรองมูลต้นไม้ ตลอดจนผลประโยชน์อื่นใด ในปีนั้น บางส่วนหรือทั้งสาขาก็ได้ แล้วแต่กรณี

มาตราที่ ๒๑  หากสมาชิกธนาคารต้นไม้ นำต้นไม้นอกเหนือพื้นทำกินของตนเองมาขึ้นทะเบียนโดยเจตนา  ให้ยกเลิกการรับรองของรายนั้น ทั้งหมด ไม่น้อยกว่า ๒ ปี ไม่ว่าต้นไม้นั้นจะอยู่ใน หรือนอกเหนือพื้นที่ทำกินของตนเอง

มาตราที่ ๒๒  สมาชิกรายใดตัดโค่น ทำลาย ทำให้ต้นไม้ที่ขึ้นทะเบียนแล้ว เสียหายก่อนได้รับอนุญาตจากธนาคารต้นไม้สาขาที่กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ คณะกรรมการธนาคารต้นไม้ สามารถยกเลิกการรับรองต้นไม้ และมูลค่าเป็นเวลา ๒ ปี หรือจนกว่าได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนใหม่

สมาชิกรายใดไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ ที่ธนาคารต้นไม้กำหนดขึ้น  คณะกรรมการบริหารธนาคารต้นไม้มีสิทธิ์ลงโทษโดยการยกเลิกการรับรองต้นไม้นั้นเป็นรายๆ หรือทั้งสาขาก็ได้

ผู้ใดกระทำการอันให้เสียหาย แก่ต้นไม้ ถือเป็นการทำลายทรัพย์ ต้องชดใช้ค่าเสียหายตามมูลค่าทรัพย์นั้น

มาตราที่ ๒๓  การนำไปค้ำประกันหนี้กระทำได้ไม่เกินที่ธนาคารต้นไม้กำหนด หากเกินโดยเจตนาทุจริต ธนาคารต้นไม้จะยกเลิกการรับรองเสียทั้งหมดก็ได้

 

บทเฉพาะกาล

ต้นไม้ในที่ดินกรรมสิทธิ์ ยกเว้นไม้สักและไม้ยาง เมื่อได้ขึ้นทะเบียนแล้ว ให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.นี้  ทันที  ไม้สักและไม้ยาง เมื่อขึ้นทะเบียนแล้วเป็นไปตาม พ.ร.บ.นี้ หลังจากขึ้นทะเบียนแล้ว 2 ปี ต้นไม้ทุกชนิดที่ปลูกหรืออยู่บนที่ดินของรัฐทุกประเภท จะเป็นไปตาม พ.ร.บ. นี้ ต้องขึ้นทะเบียนมาแล้วอย่างน้อย ๕ ปี

กรณีต้นไม้อยู่ในพื้นที่ทำกินของประชาชน แต่ที่ดินเป็นของรัฐให้เจ้าของต้นไม้ มีสิทธิในต้นไม้และไม้ทุกชนิดประเภท ทั้งรัฐต้องหามาตรการแก้ปัญหาเพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการปลูกต้นไม้ในพื้นที่ทุกประการให้กว้างขวางและหลากหลายมากที่สุด

 

 




ข่าวประชาสัมพันธ์

ใบลงรายชื่อเสนอข้อความสู่สาธารณะ
Issue Reform
ประชุมมูลนิธิธนาคารต้นไม้
การประเมินค่าต้นไม้
ตัวอย่างนำร่องธนาคารต้นไม้สาขาคลองเรือ
หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ
ระเบียบวาระการประชุมสามัญ
ข่าว ประชุมธนาคารต้นไม้ ประจำปี 2555
วันสิ่งแวดล้อมโลก article
โครงการเทวาอุปถัมภ์ article